Menu :
หน้าแรก 
 บริการของเรา
รวมธรา โฮมสเตย์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว  
แผนที่และการเดินทาง 
ติดต่อจองห้องพัก
รวมภาพ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว


สถานที่ท่องเที่ยว ในเขตอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร


ภูถ้ำพระ

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านกุดแห่ หรือกุดแห ตำบลกุดเชียงหมี ห่างจากอำเภอเลิงนกทา 12 กิโล
เมตร ตามทางหลวงหมายเลข 212 และห่างจากอำเภอเมือง 85 กิโลเมตร ที่เรียกว่า "ภูถ้ำพระ"เนื่องจากมี
พระพุทธรูปอยู่ในถ้ำจำนวนมาก ล้วนแต่เป็นพระพุทธรูปโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น ถ้ำพระนี้เป็นถ้ำใหญ่กว้าง
ประมาณ 3 วา ยาวประมาณ 8 วา ตั้งอยู่ชะง่อนภูด้านทิศใต้มีทางเข้าไปตามซอกหินเป็นอุโมงค์ จากปากถ้ำ
เลยไปทางทิศเหนือ สามารถเดินลอดไปได้อย่างสบาย บนภูเขาลูกนี้นอกจากจะมีบรรยากาศร่มเย็นและร่ม
รื่นไปด้วยป่าไม้หนาทึบแล้วบริเวณโดยรอบยังมีถ้ำอื่นๆอีก อาทิ ถ้ำเค็ง ถ้ำงูชวง ถ้ำเกลี้ยง และถ้ำพรหมบุตร

สถานที่ท่องเที่ยว ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร

พระธาตุก่องข้าวน้อย
เป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม ตั้งอยู่ในทุ่งนา ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร
ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 (ยโสธร-อุบลราชธานี) ประมาณหลักกิโล
เมตรที่ 194 เลี้ยวซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตร

พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม สร้างในพุทธศตวรรษที่ 23-
25 ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลายตั้งอยู่ในเขตวัดพระธาตุก่องข้าวน้อย ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงทุ่งนาในเขตตำบลตาดทอง พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็น
เจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกไปจากเจดีย์โดยทั่วไปคือมีลักษณะเป็น
ก่องข้าวองค์พระธาตุเป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สาม ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส
กว้างด้านละ 2 เมตร ก่อสูงขึ้นไปประมาณ 1 เมตร ช่วงกลางขององค์
พระธาตุ มีลวดลายทำเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ถัดจากช่วงนี้ไปเป็นส่วน
ยอดของเจดีย์ที่ค่อยๆ สอบเข้าหากันเป็นส่วนยอดรอบนอกของพระธาตุ
ก่องข้าวน้อยมีกำแพงอิฐล้อมรอบขนาด 5x5 เมตร สภาพโดยทั่วไปใน
ปัจจุบันนี้องค์พระธาตุชำรุดทรุดโทรม ปูนส่วนใหญ่ที่โบกไว้โดยรอบกะ
เทาะออกเกือบหมด และเห็นอิฐที่ใช้ก่อได้อย่างชัดเจน ส่วนยอดของ
พระธาตุก็หักพังลงมาก


นอกจากนี้บริเวณด้านหลังพระธาตุมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งก่อด้วยอิฐ ชาวบ้านนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก และใน
เดือนห้าจะมีผู้คนนิยมมาสรงน้ำพระและปิดทอง ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ฝนจะแล้งในปีนั้น

พระธาตุก่องข้าวน้อยมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ซึ่งผิดไปจากปูชนียสถานแห่งอื่นๆที่มักเกี่ยวพันกับเรื่อง
พุทธศาสนา แต่ประวัติความเป็นมาของพระธาตุก่องข้าวน้อยกลับเป็นเรื่องของหนุ่มชาวนาที่ทำนาตั้งแต่เช้าจน
เพล มารดาส่งข้าวสายเกิดหิวข้าวจนตา ลายอารมณ์ชั่ววูบทำให้เขากระทำมาตุฆาตด้วยสาเหตุเพียงว่าข้าวที่
เอามาส่งดูจะน้อยไปไม่พอกิน ครั้นเมื่อกินข้าวอิ่มแล้ว ข้าวยังไม่หมดจึงได้สติคิดสำนึกผิดที่กระทำรุนแรงต่อ
มารดาของตนเองจนถึงแก่ความตาย จึงได้สร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลขอ
อโหสิกรรมและล้างบาปที่ตนกระทำมาตุฆาต

นอกจากนี้ที่บริเวณบ้านตาดทองกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดค้นเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ได้ค้นพบโครงกระดูก มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์และภาชนะลายเขียนสีแบบบ้านเชียงซึ่งกรมศิลปากร
กำลังดำเนินการจัดตั้งอุทยานก่อนประวัติศาสตร์ขึ้น

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร


อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร

อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองและอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มี
สภาพป่าที่สมบูรณ์ มีป่าเต็งรัง บริเวณลานหินหรือภูเขาหิน และในฤดูฝนต่อฤดูหนาวจะเต็มไปด้วยไม้ดอกงด
งามนานาชนิด ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขา ปรากฏเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม หินมีลักษณะและรูป
ทรงแปลกๆ ถ้ำที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ น้ำตกและน้ำซึมตลอดปี ตลอดจนมีสัตว์ป่านานาชนิด

อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร มีเนื้อที่ประมาณ 48.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,312.5 ไร่


ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง

ตั้งอยู่บนถนนสองนางสถิตย์ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ในบริเวณศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองนี้ มีหลักเมือง
ประดิษฐานอยู่ด้วย ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองนี้ไม่มีผู้ใดทราบความเป็นมาว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าคง
จะสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้าง เมืองมุกดาหาร แต่เดิมเป็นเพียงศาลไม้ต่อมาได้มีการบูรณะก่อสร้างเป็นศาล
คอนกรีต

ชาวเมืองมุกดาหารถือว่าศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ปกปักรักษาเมืองมุกดาหารให้อยู่ร่ม
เย็นเป็นสุข ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ชาวเมืองมุกดาหารจะมีพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เพื่อ
ความเป็นสิริมงคล


ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง

ถนนสำราญชายโขงริมแม่น้ำ ติดกับท่าด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดมุกดาหาร ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องนี้ก็
เช่นเดียวกับศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง คือไม่ทราบประวัติความเป็นมา แต่เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้มีการบูรณะ
เป็นศาลคอนกรีต

ชาวจังหวัดมุกดาหารถือว่าศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่กับศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง ผู้ใด
ที่เคารพสักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองแล้ว จะเลยไปเคารพสักการะศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องด้วยเสมอ
และในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ชาวจังหวัดมุกดาหารจะจัดให้มีพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองและ
เจ้าแม่สองนางพี่น้องพร้อมกัน


วัดศรีมงคลใต้
เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่ใกล้กับ ท่าด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด
มุกดาหาร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด องค์มี
ขนาดหน้าตักกว้าง 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี 2 เมตร สูงจากฐาน 3 เมตร

ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เจ้ากินรีได้พาพรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่
ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงปากห้วยมุก แล้วตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่
ถากถางอยู่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนองค์เล็กเป็น
พระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคุณ (วัดศรีมงคลใต้ใน
ปัจจุบัน) เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปของทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระ
พุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์ รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด พบว่าพระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และจมลงในดินเหลือ
แต่ยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก" ส่วนพระ
พุทธรูป องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า "พรเจ้าองค์หลวง" เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
จวบจนทุกวันนี้

พระพุทธสิงห์สอง
เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยออดเมาลี 1.20 เมตร สูงรวม
ทั้งฐาน 2 เมตร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีบุญเรือง (บ้านใต้) ถนนสำราญชายโขงในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิงห์สองนั้น มีหลักฐานปรากฏไว้ว่า ในสมัยที่เมืองมุกดาหารยังเป็นเมืองใหม่
การปฏิสังขรณ์สร้างโบสถ์ศรีมงคลใต้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยเจ้ากินรีเจ้าเมืองมุกดาหารคนแรกได้เดินทางไปนคร
เวียงจันทน์ เพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถของวัดศรีมงคลใต้

ต่อมาเจ้ากินรีได้สร้างวัดขึ้นใหม่ที่บ้านศรีบุญเรือง แล้วตั้งชื่อว่าวัดศรีบุญเรือง และได้อัญเชิญพระพุทธสิงห์
สองจากวัดศรีมงคลใต้ขึ้นประดิษฐานบนแท่นในพระอุโบสถวัดศรีบุญเรืองเพื่อสักการะบูชาสืบต่อกันมาจนถึง
ปัจจุบันนี้

ในงานสงกรานต์ของอำเภอเมืองมุกดาหาร ชาวอำเภอเมืองมุกดาหารได้กระทำพิธีอัญเชิญพระพุทธสิงห์สอง
จากพระอุโบสถวัดศรีบุญเรืองแห่รอบเมือง แล้วนำไปประดิษฐานบนแท่นที่จัดได้ ณ บริเวณหน้าหอประชุม
อำเภอ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สรงน้ำเป็นประจำทุกปี



© 2007 www.pudinhotel.com
โรงแรมภูดิน 234/12 ถ.ทยาปัสสา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร 35120
โทร. 0 4578 2345 , 0 4578 2453
© by thiewthai.com All rigth reserved.